...เริ่มต้นใหม่....

posted on 14 Jul 2009 23:14 by sweetlatte

โอออ...วันนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ จิตใจมันบอกอยากให้เริ่มอัพบล๊อกอีกรอบ...

 

เห้อ...รอบที่เท่าไรของชีวิต..ตัวเองก็ยังไม่รู้เลย.....ตอนแรกก็แค่อยากเอาฟิกมาลง แต่ไปไงมาไง ก็มานั่งพิมพ์เวิ่นๆเรื่อยเปื่อย...(อีกแล้ว...)

 

ชีวิตอันน่าเหนื่อยหน่าย?  ก็เหนื่อยจริงๆน่ะแหละ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรแย่..ก็แค่เหนื่อย...กับสังคมที่เราต้องมานั่ง "ปรับตัว"  ให้เข้ากับทุกสิ่งบนโลก

ชีวิตนี่เหมือนการแสดงละครตลอดเวลา...เพราะงั้นถึงชอบแสดงละครไงล่ะ เพราะมันดูเป็น "ชีวิตจริง"

โอ้ว...

พักนี้อยากร้องไห้ฟูมฟายอีกแล้ว ไม่รู้เป็นบ้าอะไร....ไม่ใช่อะไรหรอก..ก็เมาทีไรเราร้องไห้ทุกทีนี่หว่า

ไม่รู้เพราะอะไร....อาจเป็นคนคิดมากมั้ง.....อยากร้องไห้ แต่ไม่อยากเมา...กินเหล้ามากๆมันก็แสบคอบ้างอะไรบ้าง~!

 

เอาเข้าจริง ถามเหตุผลว่าอยากร้องไห้ไปทำไม..ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย...ว่าอยากร้องไปทำไม....

แต่ก็ไม่อยากคิด...เหนื่อยอีกเปล่าๆ...เอาเป็นว่าก็ต้องสู้ชีวิตกันต่อไปละน่ะ...

 

เห้อ......

 

ป.ล. เริ่มต้นใหม่อย่างเซ็งๆ....หวังว่าวันข้างหน้าความเซ็งจะแปรเปลีย่นเป็นความสุขนะเอออออ~!

 

เรียน....งาน...รายงาน...สอนพิเศษ...แต่งฟิก....

 

....สู้ต่อไป.....

:::So who are you 2:::

posted on 04 Jul 2009 01:31 by sweetlatte  in SiwonHeechul
 

So who are you?  Chapter 2

 

"ทำไมถึงเป็นผู้ชายคนนั้นกันนะ...."

เสียงพึมพำที่พูดกับตัวเองของชเว ชีวอนดังขึ้นขณะกำลังนั่งอยู่บนรถคันหรู ข้างๆมีชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเสหน้ามองออกนอกหน้าต่างราวกับครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่..

 

"นายคิดว่าไง ซึงฮยอน..."

ชีวอนเอ่ยถามน้องชายที่นั่งข้างๆอยู่อีกครั้ง  ซึงฮยอนจึงต้องหันหน้ากลับมาส่งเครื่องหมายคำถามให้พี่ชายตัวเอง

 

"เฮ้อ พี่ชีวอน ผมยังไม่เข้าเลยว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่ ผมยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วพี่จะให้ผมตอบว่ากระไรละครับ คุณพี่ชาย ผมรู้ตัวอีกที ผมก็โดนลากไปหาพี่ชองวาซะแล้ว ......ว่าแต่ว่า...พี่แน่ใจนะ...ว่าพี่จะไปหาพี่ชองวาน่ะ"

ซึงฮยอนเอ่ยเซ็งๆก่อนจะถามคำถามเพื่อยืนยันความแน่ใจของพี่ชายตัวเองว่าพร้อมที่จะไปหา"คนคนนั้น"แล้วหรือ จะว่าตามจริงเค้าเองก็ยังไม่เข้าใจอะไรสักนิด จดหมายที่ว่านั่นก็ไม่ได้เห็น และเค้าก็ไม่เข้าใจว่ามันไปเกี่ยวกับ "คนคนนั้น" สำหรับพี่ชีวอน ตรงไหน....

 

...แต่เดี๋ยวก็คงรู้....

 

"...."

คนเอ่ยถามขึ้นก่อนกลับไม่ตอบอะไรกลับ ร่างใหญ่นั่งนิ่งครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอีกครั้ง คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตนเองทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะอยากฟังความเห็นจากน้องชายขนาดไหน แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจทุกสิ่ง มันก็ต้องเป็นตัวเค้าเอง....

 

....และจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้...

 

"...ว่าแต่พี่ไม่ได้เจอกับพี่ชองวานานแล้วเหมือนกันนะ..."

ซึงฮยอนเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง กับสิ่งที่เค้าคิด....ชเว ชองวา คนที่เค้ารักไม่ต่างจากชเว ชีวอน เลยแม้แต่นิดเดียว...

 

...อาจจะ..รักมากกว่าด้วยซ้ำ....

 

"....มีเหตุผลอะไรต้องไปเจอหมอนั่นล่ะ....ฉันกับมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันมาตั้งนานแล้ว...."

นัยน์ตาคมลึกฉายแววความเกลียดชังออกมาได้อย่างชัดเจนเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลนั้นอีกครั้ง ประกายความแค้นก่อตัวขึ้น พร้อมทั้งส่งผลลัพธ์ออกมาให้เห็นในคราเดียวกัน...

 

....ว่าไม่มีวันญาติดีต่อกันไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม....

 

"เฮ้อ......"

น้องชายคนกลางได้แต่ถอนหายใจ....เค้าเองก็เหนื่อยใจชีวอนมามากพอแล้ว....ตั้งแต่เค้าลองพยายามจนแทบจะฆ่ากับพี่ชาย....เค้าไม่มีความคิดจะเปลี่ยนความคิดของชีวอนอีกต่อไป...

...

 

..................................

 

อย่างชีวอน....เค้าเองให้คำจำกัดความได้แต่เพียงว่า

.

.

‘คนไม่มีหัวใจ'

 

...

.

.

ห้องสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ราวกับจิตใจของคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น....ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจะทอดตามองออกไปที่นอกหน้าต่าง....ไกลแสนไกล....

"เจ้าหญิง....."

 

"เจ้าหญิงจะเป็นไงบ้างครับ.....เจ้าชายคิดถึงเจ้าหญิงเหลือเกิน...."

 

มือเรียวทาบหน้าต่างประหนึ่งอยากจะทะลุที่ดินแดนใดดินแดนหนึ่ง....  ปากแดงที่พร่ำร้องเรียกคนที่อยู่ภายในหัวใจ....

.

.

"...เจ้าหญิงงั้นหรอ....หึ ไร้สาระ สิ้นดี...."

 

เจ้าของเสียงที่บุกรุกเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไร คนที่นั่งอยู่ก็ไม่ทันจะได้รู้ตัว รู้เพียงแต่เมื่อชองวาหันไปมองผู้มาใหม่...ก็ได้พบกับ....

.....บุคคลที่หน้าตาเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน...

 

"ว่าไง....ไม่ได้พบกันนานเลยนะ "น้องรัก""

ชเว ชีวอนเน้นหนักไปที่คำหลัง ปากแดงแสยะยิ้ม ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นน้องมากขึ้นทีละนิด...ทีละนิด

 

"...."

ไม่มีคำตอบรับจากคนตรงหน้า ชเว ชองวา ได้แต่เพียงมองพี่ชายฝาแฝดตัวเองนั่น แล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อนโยนกลับไปให้เพียงเท่านั้น...

 

".....ไม่เจอกันนาน...แกก็ยังไม่คิดจะพูดกับฉันอีกหรือไง..ชองวา...หึ..."

คำพูดที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงไม่ประสงค์ดีนักถูกส่งไป...ก่อนชีวอนจะย่อตัวลงระดับเสมอพอดีกับน้องชายตัวเอง....มีเรียวตบใบหน้าที่ไม่แตกต่างจากตัวเองเบาๆ....

 

"....อื้อ..."

จากรอยยิ้ม พลันเปลี่ยนไปเป็นความหวาดระแวง ชองวาเมื่อรู้สึกได้ถึงความไม่หวังดีที่คุ้นเคยของคนตรงหน้า  เอี้ยวตัวหนี จากการรุกรานของมือหยาบตรงหน้า ก่อนคิ้วเรียวสองข้างจะขมวดอย่างรังเกียจ  มือทั้งสองลู่ลงข้างตัว แข็งเกร็งเหมือนจะขยับไปไหนไม่ได้อย่างน่าสงสาร...

 

"มองหน้าฉัน!!! ชเว ชองวา แกต้องมองหน้าฉัน!!!"

มือใหญ่ที่เคยแตะหน้า กลับเปลี่ยนเป็นการบีบอย่างรุนแรง คางมนขึ้นรอยแดง  คิ้วเรียวสองข้างขมวดกันอย่างเกรงกลัว น้ำตาสายเล็กๆค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว!!

 

"อื้อ อื้อ อื้อออออ"

หัวใหญ่สะบัดอย่างรุนแรงเพื่อหลีกหนีการรุกรานนั้น แต่คนที่ดูจะแข็งแรงกว่า กลับตรึงหน้าน้องชายไม่ให้ไปไหน ยิ่งหนี ยิ่งเจ็บ ยิ่งทรมาน!

 

" ไม่ต้องดิ้น!  แกบอกฉันมาดีๆ ชองวา  แกบอกฉันมาดีๆ ว่าแกได้ไปงานนั่นใช่มั้ย แกไปหาเจ้าหญิงบ้าบออะไรของแกมาใช่มั้ย แกไปมาใช่มั้ย!!!"

ตะโกนก้อง ก่อนตาจะถลึงโต มือหยาบไม่ได้คลายความรุนแรงลง กลับยิ่งกดแรงมือลงไปตามความโกรธของตัวเอง!

 

"อื้อๆๆๆๆ...ฮืออออออออออออออออออออออออออออ"

น้ำตาสายเล็กสำหรับคนที่จนมุม ไหลออกมาอย่างหยุดตัวเองไม่ได้  คำพูดที่ไม่เป็นภาษาถูกส่งมา ตีความหมายได้ว่าคือการร้องห้ามการกระทำของพี่ชายตัวเอง  แต่มีหรือ คนใจหยาบเช่นนั้นจะหยุด ชองวายิ่งร้อง ยิ่งไม่พูด ....ชีวอนก็ยิ่งเกลียด....เกลียดจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายไปซะ!

 

"อื้ออออออ ฮึก ฮึก ฮืออ ฮือออ"

.

.

.

.

เพียะ!!!

 

"เลิกแกล้งบ้าได้แล้ว ชเว ชองวา!!!!  มึงเลิกแกล้งบ้าได้แล้ว มึงมันทำได้ทุกอย่าง   มึงมีความสามารถ มึงมันพูดได้  มึงมันทำได้ทุกอย่าง มึงเลิกตอแหล แล้วมาสู้กับกูตรงๆ อย่าทำมาลอบกัดกันแบบนี้ มึงอย่าทำแบบนี้~!!! มึงไปมาใช่มั้ย งานนั่น มึงไปหาเจ้าหญิงห่าเหว อะไรของมึงมาใช่มั้ย มึง~!!! มึงเดินได้ใช่มั้ย!!!ไอ่รถเข็นนี่มึงตอแหลใช่มั้ย ไอ่!!! ฮึก "

มือใหญ่เขย่าตัวผู้เป็นน้องอย่างแรงสุดตัว!!! ก่อนจะเปลี่ยนมาบีบคออย่างคนที่ควบคุมสติไม่อยู่ คอที่ถูกบีบเกิดรอยแดงจนน่ากลัว คนที่นั่งอยู่บนรถเข็น สำลักอย่างหายใจไม่ออก!!  ก่อนจะปล่อยมือแล้วมาถีบรถเข็นที่ชองวานั่งอยู่จนล้มลงทั้งคนทั้งรถอย่างไม่ทันตั้งตัว!!!!

 

"ฮึก ฮึก อื้อออ อื้ออ ฮึก ฮึกกกก ฮือออ ฮือออ ฮือออออออออออ ฮืออ~!!!"

คนโดนกระทำได้แต่ร้องไห้ขดตัวอยู่กับพื้นอย่างกลัวเกรง น้ำตาที่ไหลจากนัยน์ตาที่ไหววูบหลบจากพี่ชายทั้งสองข้างทำให้รู้ว่า ชองวากลัวคนตรงหน้ามากเพียงแค่ไหน ปากเรียวเบะยื่นออกมาอย่างทุกข์ทรมาน...ศรีษะสะบัดหน้าไปมาอย่างแรงราวกับปฎิเสธทุกการกระทำรุนแรงที่ได้รับมา มือทั้งสองข้างได้แต่กกกอดตัวเองไว้กันจากการกระทำอันโหดร้ายของพี่ชายอย่างน่าสงสาร

 

"พี่ชองวา!!!! "

ซึงฮยอนที่เปิดประตูเข้ามาอย่างทันท่วงที ได้แต่วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายคนรองของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะลูบหัวปลอบประโลมคนร้องไห้อย่างเวทนา  สายตาคมสะบัดขึ้นไปมองพี่ชายอีกคนอย่างถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น สายตาแห่งความผิดหวัง....

 

.....ผิดหวังกับการกระทำของพี่ชายตัวเอง....

 

"ไหนพี่บอกจะไม่ทำร้ายพี่ชองวา ไง พี่ชีวอน  ไหนพี่บอกผมไงว่าจะไม่ทำอะไรเค้า แล้วนี่อะไร! "

แทบจะวิ่งไปชกหน้าพี่ชายสักที สองที แต่ซึงฮยอน ยังคงเก็บอารมณ์ตัวเองเอาไว้ได้ เพราะถ้าทำร้ายชีวอนตอนนี้ ทุกอย่างจะมีแต่ลบกับลบก็เท่านั้น...~!

 

"หึ...แกมันจะไปรู้อะไรซึงฮยอน...ไอ่คนที่แกกำลังปกป้อง ไอ่คนที่แกกำลังคิดว่ามันบ้า  คิดว่ามันเป็นโรคประสาท มันตอแหลทั้งนั้น มันตอแหลทั้งนั้น! จดหมายฉบับนั่น จดหมายของพนักงานนั่น มันเป็นคนเขียน...พี่จำลายมือมันได้ มันเป็นคนเขียนทั้งหมด แกจะกลับมาเอาทุกอย่างไปจากฉัน แกจะกลับมาเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันอีกใช่มั้ย ชองวา!!!!"

ชเว ชีวอน ที่ไร้สติไปเสียแล้ว...ตรงดิ่งเข้าไปทำร้ายน้องชายฝาแฝดอีกครั้ง แต่ก่อนจะทำอะไรได้ ซึงฮยอนก็เข้าห้ามไว้ มือใหญ่ของซึงฮยอน รวบตัวชีวอนเอาไว้ก่อนจะผลักออกไป อย่างรุนแรง~!!

 

"พอได้แล้ว พี่ชีวอน!!!  ดูสภาพพี่ชองวา แล้วพี่ยังจะหาว่าเค้าโกหก อีกงั้นหรอ~! ห๊า !  นั่นมันก็แค่จดหมายฉบับเดียว กับพนักงานเพ้อเจ้อคนนึง พี่จะไปเอาอะไรกับเค้า ถึงกับจะฆ่าจะแกงพี่น้องตัวเองเนี่ย ผมนึกว่าพี่จะไม่เป็นอย่างนี้แล้วนะ ถ้าเห็นหน้าพี่ชองวาอีก ผมนึกว่าพี่จะสงบสติอารมณ์ได้แล้ว แต่เปล่าเลย พี่เหมือนเดิม พี่ยังทำตัวเหมือนเดิม!!  พอได้แล้วพี่ชีวอน  นับวันผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่บ้า พี่ชองวา หรือ พี่!"

 

ซึงฮยอนเอ่ยอย่างอดกลั้นไม่ไหว คำทุกคนถูกส่งไปยังคนที่ล้มลงไปเพราะแรงผลักของตัวเองเมื่อกี้ ตาเรียวถลึงกว้าง อย่างคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ในใจนึกสงสารชองวาเหลือคณานับ สิ่งที่ชีวอนทำกับชองวาแต่ล่ะอย่าง มันทำให้เค้าเกือบแทบรับไม่ได้แล้ว  เค้าเองนึกว่าคราวนี้ที่ชีวอนมาหาชองวา จะสามารถสงบสติอารมณ์ไม่ให้ทำร้ายชองวาได้ เพราะครั้งอื่นๆที่พวกเค้ามาเยี่ยมชองวาที่โรงพยาบาลประสาทแห่งนี้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้.....ชีวอนไม่เคยคิด...ไม่เคยแม้แต่จะคิดดีกับชองวา


ไม่เคยสักครั้ง....ตั้งแต่เมื่อชองวาเข้าโรงพยาบาล...

 

......แต่ถึงแม้ชีวอนจะทำร้ายชองวามากเพียงไหน....คนที่ซึงฮยอนกลับสงสารยิ่งกว่าชองวา คงหนีไม่พ้นพี่ชายฝาแฝดของชองวา...ที่ซึงฮยอนรู้สึกว่า....

 

....ไม่มีวินาทีไหน ที่ชีวอนจะได้รู้จักกับความว่าความสุขเลยสักครั้ง.....

...ไม่เคยสักครั้ง....

 

....ที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ และ ความแค้น อันล้นปรี่ที่อยู่ในใจได้สักที.....

 

....ว่าชองวาเป็นโรคประสาท....แต่ดูท่า....ถ้าอาการกำเริบ..คนที่เป็นหนักกว่าสำหรับเค้าตอนนี้ คงเป็น ชเว ชีวอนเสียมากกว่ากระมัง..

 

...

.

.

"ไปกันเถอะ พี่ชองวา....ไปเดินเล่นกันนะครับพี่....."

มือใหญ่ประคองชองวาขึ้นนั่งบนรถเข็นอย่างทุลักทุเลอีกครั้ง....ก่อนจะเข็นผ่านหน้าชีวอน ที่พอฟังคำของน้องชายก็เริ่มกลับมามีสติอีกครั้งหนึ่ง...

 

นิ่ง...และ..เงียบ....

 

...คำพูดของน้อง....ที่ว่าเค้าเองก็ไม่ได้ต่างจากชองวา.....


.....เค้าเอง...ไม่เคยต่างจากหมอนั่นอยู่แล้ว....เค้ารู้ดี....

....ความเหมือน...ที่ไม่มีวันต่าง.....

 

 

ก็คล้ายกับ....ความชัง....ที่ไม่มีวันหายนั่นแหละ....ซึงฮยอน....

 

...แค่คิดว่า พี่ชายของนายจะกลับมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากฉันไป...

...แค่เห็นหน้ามัน....

 

 

....ฉันก็อยากจะทำให้ อีกส่วนหนึ่งของฉัน มันหายไปจากโลกนี้เสียแล้ว.....

 

....ฉันเกลียดมัน.......ฉันเกลียดมัน...ซึงฮยอน....

 

....เกลียดมัน....ไม่ต่างกับที่ฉัน...เกลียดตัวเอง....

 

.....................................................................................................................................................................

 

....ร่องรอยบอบช้ำใต้ดวงตา กับ สายน้ำเล็กๆที่หลั่งรินยังคงไม่เลือนหาย.....เจ้าของร่างกายเล็กที่สะอื้นให้ตามความเสียใจและโกรธเคืองที่ประดังประเดอยู่ในอกข้างซ้าย.....สั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร...จนหัวใจของอีกคนที่เดินมาเห็นภาพต้องใจหาย...

 

 

...ทั้งสงสัย....ทั้งสงสาร....แต่ไม่ใช่เวลาที่เค้าจะถามอะไร..

 

"ฮีชอล"

เอ่ยเสียงทุ้มพอให้เจ้าของร่างที่นั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ยาวที่สวนสาธารณะข้างบริษัทได้รู้สึกตัว...ตาบวมแดงเอ่ยขึ้นมองก่อนจะก้มหน้าหลบลงเช็ดน้ำตาด้วยความอายที่ต้องให้ใครมาเห็นความอ่อนแอของตัว...

 

"...."

ฮีชอลไม่เอ่ยอะไร...เพราะรู้ทั้งรู้ว่าอยู่ว่า ถึงเป็นเด็กสามขวบก็ต้องรู้ว่าเค้าร้องไห้....สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงเป็นการเบือนหน้าหนีคนตรงหน้าเพียงเท่านั้น.....

 

"...ฮีชอล.."

เสียงอ่อนโยนที่ส่งไป...ใช่ว่าฮีชอลจะไม่รับรู้ ความจริงใจ ความห่วงใย ของผู้ชายตรงหน้าที่มีให้เค้าตลอดมา...ให้ตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง....

 

.....แต่...แต่....

 

ขอโทษนะเจย์....ที่หัวใจของฉัน....ให้นายไม่ได้.....ไม่ได้จริงๆ

 

"...."

คนฟังไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่นั่งลงข้างๆก่อนจะรั้งคนตัวบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างไม่ได้รับอนุญาต....คนถูกกอดยื้อเล็กน้อย แต่เรี่ยวแรงที่มีใช่ว่าจะมากกว่าคนอื่นเค้า...รังแต่จะทำให้เจย์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกเท่านั้น...

 

"ปล่อยมันออกมาบ้างไม่ได้หรอ...หื๊ม....สิ่งที่ข้างในแบกอยู่น่ะ.....ปล่อยมันออกมาบ้างไม่ได้หรือไง....ให้ฉันได้รับรู้ความทุกข์ของนายบ้าง....ให้อย่างน้อย...นายมีใครสักคนที่อยู่ตรงนี้บ้าง...ฮีชอล...นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง....แต่...ฉันเป็นห่วงนายนะ"

 

"....ฮึก...ฮึก....เจย์....เจย์....ฮึก......"

คนตัวเล็กปลดปล่อยจากความทุกข์ที่ตัวเองแบกรับไว้คนเดียว ปล่อยตัวเข้าสู่อ้อมกอดของคนตรงข้ามให้ได้รับรู้....แม้จะรู้ว่าผิดต่อเจย์....แต่มาถึงตอนนี้เค้าขอเห็นแก่ตัวบ้าง.....แค่ช่วงเดียว...แค่แป๊ปเดียวที่ขอเห็นแก่ตัวบ้าง........

 

 

อ้อมอกที่ซับน้ำตา กับมือใหญ่ที่ลูบกลุ่มผมนุ่มเพื่อปลอบประโลม......ช่วงเวลายาวนานได้ผ่านไป....คนตัวเล็กดูจะดีขึ้น...แต่ก็ยังไม่ยอมละจากอกอบอุ่นนั่น...ปากเรียวพึมพำเสียงอู้อี้ในลำคอแต่ก็ยังดูเป็นภาษา

 

".....ความรักมันเจ็บจังเลยเจย์......เจย์..เจ็บมากมั้ย..."

ฮีชอลถามเสียงเบา คนข้างบนได้แต่มองยิ้มๆ ....ไม่เคยเจอฮีชอลเป็นแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ.....เวลาอ่อนแอนี่....ทำให้คนเรานุ่มนวลลงได้ขนาดนี้เลยหรือไงนะ...ตากลมโตบวมแดงช้อนมองเค้า ใช่ว่าเค้าจะไม่รู้ว่า ที่ถามว่าเจ็บมากมั้ยมันหมายถึงอะไร....

 

"....ไม่หรอก....ถ้าหมายถึงรักฮีชอล...ก็ไม่เจ็บหรอก....."

มือใหญ่ยังไม่ละจากเส้นไหมสีดำเหล่านั้น....ลูบเล่นไปมาคล้ายคนกำลังเพลิดเพลินในอารมณ์

"แต่...."

"ก็ฮีชอลไม่เคยใจร้ายนี่.....ฉันจะเจ็บเพราะอะไรล่ะ"

 

คำตอบยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกผิด....เค้ารู้ว่าเค้าไม่ได้โกรธ หรือ ว่าอะไรที่เจย์มีความคิดเกินเพื่อนนั่น..

 

แต่.....

 

"แต่ฉันไม่ได้..."

 

"ความรักน่ะ..เราไม่เห็นจำเป็นต้องมองให้ครบสองด้านเลยฮีชอล...มองด้านเดียว ให้มันสวยงามสิ.....ฉันมองนายเป็นความรักของฉัน...ฉันจะเจ็บ...เมื่อความรักของฉันเป็นทุกข์....และฉันจะสุข....เมื่อความรักของฉันเค้ายิ้มได้นะฮีชอล..."

เสียงนุ่มทุ้ม กับสายตาที่ส่งตรงมาให้ ทำให้รู้ว่า....สิ่งที่พูดไม่ใช่เรื่องโกหกแม้แต่น้อย.....แต่ยิ่งฟัง ยิ่งรู้ความดีของเจย์....หัวใจมันก็ได้แต่พูดออกมาเพียงคำเดียว...

...

.

 

"ทำไม ฉันถึงไม่รักเจย์นะ....ทำไมกัน..."

 

"บางที....เรื่องความรัก...มันก็ไม่เคยมีเหตุผลในตัวมันเองหรอกนะฮีชอล...คนที่เราเกลียดที่สุด....อาจจะเป็นคนที่เรารักที่สุดในเวลาเดียวกันก็ได้......โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอก.....ยกเว้นแต่เพียง...."

ชายหนุ่มละไว้แค่นั้น.....จนฮีชอลที่เคยซบอกแกร่งบัดนี้เปลี่ยนมาหนุนไหล่กว้างแทนเสีย เงยหน้ามองอย่างสงสัย...

 

"แต่เพียง...?"

 

"ไม่มีอะไรหรอก....กลับกันหรือยังล่ะ  อากาศเริ่มเย็นแล้ว.....กลับกันได้แล้วล่ะ.....เดี๋ยวถึงออฟฟิศเดี๋ยวชงโอวัลตินให้กิน......"

ยิ้มอ่อนละมุนส่งมาอีกครั้ง......เจย์ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือไปให้คนตัวเล็กกว่ายืดไว้...ก่อนจะออกเดินไปด้วยกัน

 

"ขอบคุณนะเจย์....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง..."

 

"....อืม.....เต็มใจอยู่แล้วล่ะหน่ะ..."

 

....ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า...."ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน..." แต่สิ่งที่แน่นอนสำหรับฉัน.....

 

.....มันคือความรักที่ฉันหาเจอแล้วไงล่ะ ฮีชอล....

 

....ความรักที่ไม่มีวันเป็นไปได้.....แต่มันกลับเป็น "รักแท้"...

 

To be continue...

 

edit @ 4 Jul 2009 02:06:38 by Sweetlatte

:::So who are you? 1 :::

posted on 04 Jul 2009 01:20 by sweetlatte  in SiwonHeechul

:::So who are you? Chapter 1:::

 

หมายเหตุ: ภาคต่อ ของ So this is love

....เจ้าชายของฉัน....


...เจ้าชายที่หายไป....


....อยู่ไหนกัน...อยู่ไหนกันนะ...


งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป จังหวะเพลงที่กำลังช้าลง...ช้าลง....และจบลง....คู่เต้นรำต่างโค้งให้กันก่อนจะกลับเข้าไปสู่ที่นั่งของตัวเอง.....


งานเลี้ยง...ย่อมมีวันเลิกรา...


...นิทาน...ก็ย่อมมีวันจบเช่นเดียวกัน....

หึ...เจ้าชาย...ฝันไปสินะเรา...


เจ้าหญิงที่ยืนมองจันทร์เพียงลำพัง....เดียวดายท่ามกลางความมืดมิดที่เคยกระจ่างสว่างใสไปด้วยแสงของจันทร์ แต่บัดนี้เมฆดำกลับบดบังรัศมีของดวงเดือนเสียจนกลับมืดหม่นไปทั้งท้องนภา.....


“......เจ้าชาย.....



....ที่เค้าคงไม่มีวันลืม......

อ้าว..ฮีชอลมาอยู่นี่เอง หาตั้งนาน...เข้าข้างในเถอะเค้าจะเปิดตัวท่านรองฯ คนใหม่แล้วนะ เห็นว่ามีตั้งสามคนแหนะ เร็วเข้าเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเอา

หญิงสาวที่ปลุกให้ร่างบางตื่นจากภวังค์ร้องเรียกเมื่อเห็นเพื่อนที่ตนกำลังตามหายืนพิงระเบียงอยู่เงียบๆคนเดียว...เหม่อ...คล้ายกับกำลังรอใครบางคน..


อ้าวหรอ...อืม..เข้าไปสิ

เจ้าของชื่อฮีชอลเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินตามร่างเล็กเข้าไป....และ...ก็ไม่ลืมที่จะหันมาส่งสายตาสุดท้ายแก่สถานที่แห่งความทรงจำ...

ระหว่าง...เจ้าชาย...และ...เจ้าหญิง
………………………………………………………………………………….

......ค่ำคืนงานเลี้ยงอันยาวนานจบลง....การเปิดตัวรองประธานบริษัทคนใหม่สามคนเป็นไปได้อย่างราบรื่น อาจจะติดขัดที่ว่า เจ้าภาพมาเพียงคนเดียว คือ ชเ ว มินโฮ รองประธานบริษัทฝ่ายสาขาการบริหารการจัดการ ส่วนอีกสองคน ได้รับข่าวเพียงว่าไม่สามารถมาร่วมงานได้



คิม ฮีชอล แม้จะนึกเยาะอยู่ในใจ.....มีคนที่ไหนเค้าไม่ไปงานเลี้ยงที่จัดให้ตัวเองกัน...

แต่สิ่งที่ร่างเล็กกำลังนอนกระสับกระส่าย มือก่ายหน้าผาก หลับตาไม่ลงอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดเช่นนี้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ....



คนคนนั้น...

คนที่มาเพียงเสี้ยวหนึ่งของวินาที แล้วก็จากไป พร้อมกับ....




....หัวใจของเค้า...

'...รอเพียงเพื่อพบ...พบ...เพื่อได้รัก....เจ้าหญิงของผม...แล้วเราจะได้พบกัน.......เจ้าชายที่รักเจ้าหญิงที่สุด'



รอเพียงเพื่อพบ...พบ..เพื่อได้รัก....งั้นหรอ....แล้วเมื่อไร แล้วเมื่อไรล่ะเจ้าชายที่เราจะได้พบกัน เมื่อไร~!!!!”



แรงปราถนาหรือสิ่งใดที่มันกระตุ้นหัวใจให้เจ็บปวดแทบกรีดร้อง เมื่อครึ่งหนึ่งของความรู้สึกเท่านั้นที่มีความเชื่อว่าจะได้พบกับ เค้าอีกครั้ง เค้าที่เพียงแรกเจอก็ทำให้คนตัวเล็กต้องกระวนกระวายคลั่งเกือบตายเพราะเพียงพิษ ของแรกรัก



....แล้ว....เราจะได้พบกันเมื่อไร.....



นายเป็นอะไร...ฮีชอล....เป็นอะไรของนาย....เค้าคือใคร..ก็ยังไม่รู้..เค้ามาจากไหน...นายก็ยังไม่รู้....แล้ว...แล้วนายเป็นอะไร...นายร้องไห้ทำไม ห๊า คิมฮีชอล..ฮึก...ฮึก


น้ำตาที่ไหลริน...ไม่ใช่เพราะว่าเจ็บปวด....ไม่ใช่ว่าอกหัก...เป็นเพียงความกลัวเท่านั้นที่ทำให้จิตใจพะว้าพะวังจนถึงเพียงนี้.....




แรกรัก...และ..รักแรก....


มันทำให้เจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ....


..ความรัก....


....มันช่างวุ่นวายจิตใจได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ....


แล้วเค้าจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้เช่นไรกัน.....



เจ้าชาย....อยู่ไหนครับ....อยู่ไหน...

........................................................................................................................

อรุณรุ่งที่มาเยือนพร้อมแสงสีทองที่ส่องลอดเข้ามาผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ข้างตัว คนตัวเล็กที่บัดนี้ลืมตาตื่นด้วยความเหนื่อยล้า รอยช้ำใต้ตาทำให้รู้ว่าแทบไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน จนร่างกายทนไม่ไหว สั่งให้สมองตัดความคิด กับ หัวใจให้หยุดเรื่องทุกอย่างไว้เพียงค่ำคืนนั้น....แล้วรุ่งเช้า...ค่อยว่ากันใหม่....

*******


สวัสดีครับ พี่ยูริ

ฮีชอลเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะทำงานของตัวเอง กระดาษแผ่นใหญ่มากมายก่ายเกลื่อนกันอยู่บนโต๊ะ แบบร่างของสินค้าหลายชนิดยังคงถูกวาดไว้เพียงครึ่งๆกลางๆ คนตัวเล็กยิ้มบางๆกับมันก่อนจะบรรจงจับดินสอไม้คู่ใจทำงานต่อไป



อ้าว ฮีชอล...มาตั้งแต่เมื่อไร...แล้วทำไมหน้าโทรมขนาดนั้นล่ะ ตายๆๆแล้ว ใครทำไรน้องพี่เนี่ย

หญิงสาวตกใจเมื่อเห็นสภาพร่างกายของเพื่อนร่วมงาน มือเล็กเอื้อมไปจับหน้าหวานของเจ้าของโต๊ะข้างๆแล้วไล้ใต้ตาอย่างเบามือ


เมื่อคืนไม่ได้นอนหรอ


เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นถาม เจ้าของใบหน้างดงามของบุรุษฝั่งตรงข้ามเอ่ยเสียงเรียบ แต่ประโยคนั้นคนฟังก็รู้ดีว่ามันเจือไปด้วยบริบทของ ความรู้สึก ห่วงใย


อืม นิดหน่อยน่ะ ช่างมันเถอะ


นิดหน่อยอะไรกัน หน้าเธอมันฟ้องมาก นี่ถ้าไม่ผอมพี่คงเอาใบใผ่ให้ฮีชอลกินเพราะนึกว่าเป็นหมีแพนด้าไปแล้วนะนั่น โอยย อะไรกัน มีเรื่องอะไรบอกมาดีๆนะฮีชอล

ไม่มีอะไรจริงๆครับพี่ อย่าเป็นห่วงไปเลย ผมแค่เครียดเรื่องงานจนนอนไม่หลับเท่านั้นแหละ


คนตัวเล็กหลบสายตาทุกคน ขมักขเม้นกับ งานที่เป็นของอ้างเรื่องที่ทำให้เครียด จนนอนไม่หลับต่อ แต่ไม่วายรู้สึกได้จนถึงสายตาของใครบางคนที่ส่งถ้อยคำบางอย่างมาให้...จาก..ที่ไหนซัก..ที่..โต๊ะตรงข้าม...



อีกแล้ว...

“....”

ไปไหนอ่ะ ฮีชอล

ยูริถามร่างที่กำลังลุกออกจากโต๊ะไป


ไปเอากาแฟครับ พี่เอามั้ย

ไม่เป็นไร ไปเอาเถอะ พี่มีแล้ว

ยูริยิ้มให้ ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานหน้าหวานเดินเข้าห้องชงกาแฟมา....คนเดียว?


อ้าว เจย์ จะไปไหนอีกคนล่ะนั่น

ไปเอากาแฟ...
.
.
.
.
ไปต่อมาเมื่อคืนหรอ

เจ้าของใบหน้าหล่อที่ยืนพิงประตูเอ่ยถามคนที่กำลังรินกาแฟดำใส่แก้ว...

เกี่ยวอะไรกับนายล่ะ เป็นห่วงฉันหรือไง หึ

ไม่ต้องหันหน้ามองก็รู้ว่าใครที่กำลังยืนพูดอยู่ตอนนี้...

อืมม์ เป็นห่วง
นัยน์ตาลึกจ้องไปยังผู้ที่ไม่ยอมหันมองตัวเอง ความหมายนัยตรงไม่อ้อมค้อมถูกส่งให้คนตรงหน้าอย่างสุขุม แต่เปิดเผย....



หึหึ..เจย์นายนี่มันตรงจะ........เจ้าชาย.....

สายตาจากใบหน้าที่กำลังหันไปมองเพื่อนร่วมงานที่อยู่ตรงประตูพลันสะดุดไปกับร่างที่เดินผ่านห้องชงกาแฟเมื่อครู่ บุคคลที่แม้พบกันครั้งเดียวใบหน้ากลับวนเวียนอยู่แต่ในห้วงคิด....


....บุคคลที่คิม ฮีชอล....เฝ้ารอ....


....เฝ้ารอแทบทุกลมหายใจ....


หัวใจเค้าพาสองเท้าก้าวยาวผ่านคนที่ยืนคุยด้วยอยู่เมื่อกี้อย่างรวดเร็วอย่างไม่ทันให้สมองได้สั่งการ....ตอนนี้เค้าไม่สนใจใครทั้งนั้น....เสียงยูริที่ร้องเรียก สายตาเจย์ที่มองตาม หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่นั่งอยู่.....


หลังเจ้าชายอยู่ใกล้.....ใกล้เพียงฝ่ามือ

เจ้าชาย....


เสียงเล็กเอ่ยออกไปอย่างไร้สติ....ลืมเลือนสิ่งรอบตัวสิ้นแทบทุกสิ่ง...สนใจเพียงบุคคลตรงหน้า....บุคคลที่ทำให้เค้านอนไม่หลับ....อณูของลมหายใจยามค่ำคืน.....



เจ้าชาย....ที่เจ้าหญิงต้องรอคอย....



...และบัดนี้ก็ได้พบ....


.....จะไม่มีวันปล่อย.....ไปไหนอีกแล้ว.....จะไม่มีวัน....



......ปล่อยไปไหน.........อีกต่อไป.....


'...รอเพียงเพื่อพบ...พบ...เพื่อได้รัก....


เพียงค่ำคืนเดียว...จะผิดมั้ย.....ถ้าจะบอกว่าหัวใจของเค้า.....เพียงรอคนตรงหน้า....เท่านั้น....รอ....


....เพื่อได้รัก.....อีกครั้ง....


....เหมือนในนิทาน...?...


“....อะไรของนาย....

เสียงห้วนเอ่ยตอบกลับอย่างไม่ใยดี.....ความอ่อนโยนที่เคยคุ้น กลับกลายเป็นความแข็งกระด้างที่ไม่คุ้นเคย คำพูดจาอ่อนหวานเมื่อคืน กลับกลายเป็นน้ำเสียงอันโหดร้ายของคนตรงหน้า....


....ใบหน้าที่เหมือนเดิม....จิตใจกลับแตกต่าง.....


“..เจ้าชาย....จำไม่ได้หรือไง....เมื่อคืนไงเจ้าชาย...

บอกแล้วว่าเค้าจะไม่ปล่อยไป และเค้าจะไม่มีวันปล่อยไป เมื่อได้พบ ก็จะทำให้ได้รัก.....


....ลืมแล้วหรือไงกัน....

มือเรียวเขย่าแขนของบุรุษอันเป็นที่รักตรงหน้า ราวกับอยากให้เรื่องราวและความทรงจำทุกอย่างปรากฎขึ้นอีกครั้ง...


อย่าทำอย่างนี้...เจ้าชาย..


อย่าทำเหมือนไม่รู้จักกัน.....อย่า....ทำ...


เจ้าชายบ้าบออะไรของนาย....นี่ปล่อยนะ~!”

แรงสะบัดไม่น้อยที่เกิดขึ้นทำให้คนตัวบางล้มลงไปกองกับพื้นต่อหน้าสาธารณะชน....


...อย่าทำ..เจ้าชาย...อย่าทำเหมือนไม่รู้จักกัน....


....ทั้งที่เมื่อคืน เพื่อเอ่ยคำรักที่ตรึงใจ....


โอ๊ย~!”


เป็นบ้าอะไรของนาย เจ้าชงเจ้าชายบ้าบออะไรกัน ฝันกลางวันรึเปล่า มีงานก็รีบไปทำนู่นไป ไม่ก็ถ้าว่างนักก็ไปหางานใหม่ บริษัทนี้ไม่ได้อยากได้หรอกนะ พนักงานที่เพ้อเจ้อน่ะ~!!!!”


เสียงดังที่ตวาดลั่น ไม่อายสายตาใครหน้าไหน ก่อนจะปัดแขนเสื้อที่โดนจับครั้งหนึ่งอย่างรังเกียจ และลงท้ายด้วยการเหยียดสายตามองคนที่ล้มอยู่บนพื้น....




“.....”

สายตาผิดหวัง เสียใจถูกส่งไปให้คนตรงหน้า หากแต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่เพียงการดูถูกเหยียดหยาม....
....แม้เพียงสักวินาที....ก็ไม่เหมือนเคย...


“'...รอเพียงเพื่อพบ...พบ...เพื่อได้รัก....เจ้าหญิงของผม...แล้วเราจะได้พบกัน.......เจ้าชายที่รักเจ้าหญิงที่สุด' จำได้มั้ย จำกระดาษแผ่นนี้ได้มั้ย...

เสียงเล็กสั่นพร่า....กระดาษสีขาวใบเดิม ....จดหมายอำลาจากเจ้าชายที่เค้าติดตัวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงบัดนี้....ถูกหยิบยื่นเพื่อกระตุ้นความทรงจำอีกครั้ง.....


หึ....


มือใหญ่รับกระดาษใบสำคัญไป ก่อนจะจ้องมองมัน......อ่านข้อความทุกตัวที่ปรากฎอยู่บนกระดาษ สายตาคมวาบขึ้นครู่หนึ่งราวกับจำทุกสิ่งทุกอย่างได้….จนคนที่บัดนี้กลับมาขึ้นมายืนเต็มความสูงต่อหน้าร่างใหญ่พลันยิ้มกว้าง....


จำได้แล้วใช่มั้ย...เจ้าชาย



“.....หึ....จำได้......จำได้ว่าฉันไม่ต้องการรับพนักงานโรคจิตเพ้อเจ้อแบบนายเข้าทำงาน~!!! ขืนนายยังพูดเรื่องประสาทไร้สาระนี่ขึ้นมาอีก พรุ่งนี้ก็ยื่นใบลาออกจากบริษัทแล้วไปอยู่สำนักพิมพ์ซะเลยซิ~!!!”


ตะ..แต่...


แล้วไอ่กระดาษบ้าๆเนี่ย....ถ้ามันรบกวนการทำงานของนายมากนักล่ะ....ก็ทำลายมันทิ้งไปซะ~!”


ไม่ใช่การฉีก หรือ การขยำ แต่การทำลายที่ว่า กลับเป็นการจุดไฟเผากระดาษใบนั้นด้วยน้ำมือของเจ้าชายในความคิดของฮีชอลด้วยตัวเอง....การทำลาย...ให้สิ่งที่มีค่าที่สุดในตอนนี้....



.......ไม่เหลือ...แม้แต่ร่องรอยของตัวอักษร....


......หมดแล้ว ความรักของเจ้าชาย....หมดทั้งกาย หมดทั้งใจ....แม้กระทั่งของชิ้นเดียวและชิ้นสุดท้ายที่เคยได้รับ...


.....ก็ไม่มีเหลือ......

.....ถูกทำลาย...ด้วยคนที่สร้างมันขึ้นมา...
.
.
.
.

เพียะ!

“...ฮึก....ถึงแม้คุณจะไม่ใช่เจ้าชายที่ผมตามหา....ถึงแม้คุณจะไม่ใช่คนเมื่อคืนที่เคยบอกรักผม....แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายสิ่งสำคัญของคนอื่นแบบนี้!!!!

...อีกแล้วฮีชอล....ร้องไห้อีกแล้ว....น้ำตาแห่งอ่อนแอที่ไหลลงมาอาบใบหน้า...ให้เจ้าชายตรงหน้าที่กลายร่างเป็นปีศาจ...ความอ่อนแอที่ไม่อยากให้ใครเห็น....กับเพียงเรื่องของความรัก....



....มันกลับหลั่งล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว.....



นาย!!!!
มือใหญ่กระชากร่างบางเข้าหาตัว ตาถลึงโตอย่างโกรธจัด!


เฮ้ย พี่ชีวอน ใจเย็นๆ เค้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้

ชายหนุ่มร่างสูงอีกคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมคนใจร้ายนั่นรู้สึกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างกำลังจะใหญ่โต เลยรีบห้ามทัพพี่ชายตัวเองเสียก่อน......ก่อนจะเสียภาพพจน์ต่อพนักงานทั้งๆที่พวกเค้าทั้งสองแค่มาทำงานวันแรกเพียงเท่านั้น...


“...ไม่ได้ตั้งใจบ้าบออะไร หมอนี่ตบฉัน แกก็เห็น!


“...ก็..เค้าอา...


อย่างคุณมันสมควรโดนแล้วนิ! จำเอาไว้นะ....ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม แต่ขอให้คุณจำไว้ว่า คุณได้ทำลายความทรงจำที่คุณสร้างมาเองกับมือ และความรู้สึกของผมมันก็หายไปพร้อมกับสิ่งที่คุณทำลายนั่นแหละ จำไว้!.....

เสียงสั่นเทาเอ่ยจบสิ้น...ก่อนเจ้าของคำพูดจะเดินกลั้นน้ำตาหันหลังกลับไป.....จากที่ตรงนั้น...ที่ที่จะทำให้เค้าเห็นหน้าคนคนนั้น...


คนที่จะทำให้เค้าเจ็บปวด....กับรักแรกและแรกรัก

ของเค้าอย่างแสนสาหัส...

ลาก่อนเจ้าชาย....

....เจ้าชายที่แสนดี.....

......และแสนเลว....

.....ผมจะไม่มีวันลืมความอ่อนโยนที่แสนงดงามของคุณ....
....และผมก็จะ จำความแข็งกระด้างที่แสนโหดร้ายของคุณไว้ด้วยเช่นเดียวกัน....


........................................................................................................................

ท่านชีวอนคะ ดิฉันขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ เผอิญฮีชอลแกกำลังมีเรื่องทุกข์ใจมา อาจจะไม่ค่อยถูกที่ถูกเวลาไปหน่อยยังไงก็..ขะ


ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แล้วกลับไปทำงานซะ! ส่วนซึงฮยอนตามฉันมาที่ห้องทำงาน

คำสั่งของ....ชเว ชีวอน....รองประธานบริษัทฝ่ายบริหารมีหรือใครจะกล้าปฎิเสธแม้แต่คนที่มีตำแหน่งเดียวกัน อย่าง ชเว ซึงฮยอน ก็ตามเถอะ...น้ำเสียง ท่าทาง อำนาจ มีหรือผู้เป็นน้องอย่างเค้าจะกล้าขัด....


ลับหลังผู้เป็นนาย พนักงานที่งงงวยกันก็ไม่พลาดที่จะจับกลุ่มกันพูดถึงเหตุการณ์น่าระทึกที่เพิ่งผ่านมาอย่างสดๆร้อนเมื่อครู่

“..โห ฮีชอลมันโคตรกล้าเลยว่ะ ตบหน้าท่านชีวอนไปได้

ยูริเป็นคนเริ่มเปิดประเด็น การทำร้ายกรรมการระดับสูงของบริษัทเช่นนี้ ไม่ลาออกก็ต้องถูกไล่ออกเองล่ะนั่น...


“...นั่นดิๆ แล้วเรื่องเจ้าชายๆอะไรของมันอีกน่ะ มันไปอ่านนิยายที่ไหนวะ ถึงได้เพ้อหนักขนาดนี้ ปกติมันก็ไม่ใช่คนอย่างนี้นี่หว่า...ออกจะเป็นคนมีเหตุผล


ชิน ดงฮี ชายหนุ่มร่างท้วมอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ด้วยกันเอ่ยตอบ อย่างประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


“...ก็ใช่น่ะสิ พี่ก็ว่าปกติ ฮีชอลออกจะเป็นคนสุขุมขนาดนั้น แต่พี่ก็รู้นะว่ามันอารมณ์ร้อนน่ะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นกล้าตบเจ้านาย..


กระดาษใบนั้นคงมีความสำคัญกับเค้ามากมั้งพี่ ท่านชีวอนก็แรงเกินไปมั้ง เล่นเผาเลยนะพี่ สมมุติถ้าเป็นรูปแม่ผม ผมก็คงเตะท่านกระเด็นเหมือนกัน



นั่นปากหรอ ทงเฮ เดี๋ยวแกก็ได้โดนเตะออกไปนอกบริษัทก่อนที่แกจะพูดจบหรอก ไอ่นี่นิ


แหะๆ เอาเหอะๆ ทำงานเหอะพี่ เหลือบานเลย ถ้าพี่ฮีชอลรู้ว่าเราจับกลุ่มเป็นนกกระจอกอย่างนี้ เดี๋ยวพี่แกได้ระเบิดลงอีกรอบ แต่ว่าก็ว่านะพี่เมื่อกี้ผมขนลุกเกรียวเลย นึกว่าพี่ฮีชอลจะโดนเล่นซะแล้ว..โชคดีนะที่ท่านซึงฮยอนแกห้ามไว้..ไม่งั้นล่ะก็ ...บรึ๋ยยยย~ไม่อยากจะคิด....ว่าก็ว่าเหอะ...พี่ฮีชอลนี่ไม่ศึกษาประวัติเจ้านายใหม่บ้างหรือไงกัน รูปก็ออกจะติดหราอยู่บนบอร์ดต้อนรับหน้าบริษัท ผมเดินเข้ามาก็จำหน้าได้ทั้งสามคนแล้ว...แต่ละคน..โคตรหล่อขนาดนั้น...

เจ้าคนที่บอกให้หยุดอย่างทงเฮ ยังคงต่อบทสนทนายืดยาวด้วยตัวเองต่อไป จนยูริยิ้มขำ


ไอ่เตี้ยเอ๊ย แกบอกให้หยุด แต่แกมาเป็นบทอาขยานเชียวนะยะ ทำงานๆ เอาล่ะทุกคนทำงาน เดี๋ยวไม่เสร็จ ได้เด้งกันทั้งแผนก.....


ครับเจ๊ๆ


อ้าว แล้วนี่ไอ่เจย์มันหายไปไหนอีกล่ะเนี่ย

หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นร่างอีกร่างนึงที่ดูเหมือนจะหายไปพร้อมๆกับฮีชอล....เมื่อตอนนั้นก็บอกว่าจะไปชงกาแฟ..


...แล้วนี่หายไปไหนกัน...


ไปตามหาหัวใจมั้งพี่...หัวใจออกจะช้ำซะขนาดนั้น....พี่เจย์คงไม่อยู่เฉยหรอก
ทงเฮ เอ่ยอย่างรู้ทันความคิดของเจย์ เงียบ สุขุม แต่ ตรงและเปิดเผยอย่างชัดเจน

นั่นสินะ......

*****************************************************************************************

ว่าไงครับพี่ หายอารมณ์เสียหรือยัง

ชเว ซึงฮยอน รองประธานฯฝ่ายสร้างสรรค์การผลิต ได้เอ่ยขึ้นเย้าพี่ชาย คงมีเค้าคนเดียวในบ้านล่ะมั้ง ที่ยิ้มง่ายกว่าคนอื่น...ทั้งเจ้ามินโฮ และ พี่ชีวอน คนนึงก็เป็นปีศาจเจ้าระเบียบอีกคนเป็นเจ้าชายน้ำแข็งอย่างกับในนิยาย ดูเหมือนเค้าคนเดียวมั้งที่ร่าเริงเหมือนคนปกติเค้าน่ะ......



ถ้าไม่นับ...



คนคนนั้น



ในอดีตอีกคนนะ.....คนคนนั้นที่เคยยิ้มง่าย คนคนนั้นที่เคยอ่อนโยนกว่าใคร...แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนละคน...


ซึงฮยอน...


ชีวอนเอ่ยเสียงเข้ม อารมณ์บูดบึ้งเมื่อครู่คงไม่ทำให้หายง่ายๆ เมื่อเค้าฉลาดพอที่จะเดาสถานการณ์ทุกอย่างได้.....กระดาษใบนั้นทำให้เค้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง....เข้าใจอะไรบางอย่าง กับพฤติกรรมประหลาดๆที่ลูกน้องหน้าหวานคนนั้นทำ...



.....เจ้าชาย..เจ้าหญิง...



....ตอนแรกเค้าก็สงสัยว่าทำไมพนักงานธรรมดา ถึงกล้าพูดจากับเค้าราวกับสนิทสนมเช่นนั้น....แต่จริงๆแล้วเมื่อเห็นกระดาษที่เค้าเผาไป ก็ทำให้เค้าคิดอะไรได้บางอย่าง...


...ว่าคนปกติ...เค้าคงไม่มานั่งพูดจาไร้สาระกับเจ้านายตัวเองให้โดนไล่ออกเล่นๆหรอกนะ...



นายได้เห็นกระดาษใบนั้นหรือเปล่า...

ชีวอนเอ่ยถาม


เห็นครับ แต่ไม่ได้อ่าน...


งั้นหรอ....หึ..เสียดาย...ฉันเพียงอยากรู้ว่านายจะคิดเหมือนฉันหรือเปล่า


สายตาเย็นชากับยิ้มแสยะนั่น ไม่ต้องบอกซึงฮยอนก็รู้ว่ากระดาษแผ่นนั้น สำหรับพี่ชีวอนมันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน...อะไรกันนะ..ที่ทำให้พี่ชายของเค้าต้องใส่ใจเช่นนี้...




ก่อนที่ซึงฮยอนจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น ชีวอนก็กดโทรศัพท์ถึงเลขาหน้าห้องเสียก่อน

“.....ฮัลโหล คุณซอนเยหรอ คุณช่วยแคนเซิลนัดบ่ายนี้ทั้งหมดให้ผมหน่อยได้มั้ย...อืม..ขอบใจ


พี่จะไปไหน...



ไปโรงพยาบาล...นายเองก็ไปแคนเซิลงานทั้งหมดแล้วไปกับฉันซะ...หรือไม่ก็บอกให้มินโฮมันช่วยดูไปก่อน


กล่าวจบ คนฟังได้แต่ตาโตกว่าเดิม....ความตกใจประดังประเดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว...


เฮ้ย พี่อย่าบอกนะว่า...


อืม...ฉันจะไปหา ชเว ชองวา
 

edit @ 4 Jul 2009 01:29:20 by Sweetlatte

edit @ 5 Jul 2009 13:46:11 by Sweetlatte