So who are you? Chapter 2
"ทำไมถึงเป็นผู้ชายคนนั้นกันนะ...."
เสียงพึมพำที่พูดกับตัวเองของชเว ชีวอนดังขึ้นขณะกำลังนั่งอยู่บนรถคันหรู ข้างๆมีชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเสหน้ามองออกนอกหน้าต่างราวกับครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่..
"นายคิดว่าไง ซึงฮยอน..."
ชีวอนเอ่ยถามน้องชายที่นั่งข้างๆอยู่อีกครั้ง ซึงฮยอนจึงต้องหันหน้ากลับมาส่งเครื่องหมายคำถามให้พี่ชายตัวเอง
"เฮ้อ พี่ชีวอน ผมยังไม่เข้าเลยว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่ ผมยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วพี่จะให้ผมตอบว่ากระไรละครับ คุณพี่ชาย ผมรู้ตัวอีกที ผมก็โดนลากไปหาพี่ชองวาซะแล้ว ......ว่าแต่ว่า...พี่แน่ใจนะ...ว่าพี่จะไปหาพี่ชองวาน่ะ"
ซึงฮยอนเอ่ยเซ็งๆก่อนจะถามคำถามเพื่อยืนยันความแน่ใจของพี่ชายตัวเองว่าพร้อมที่จะไปหา"คนคนนั้น"แล้วหรือ จะว่าตามจริงเค้าเองก็ยังไม่เข้าใจอะไรสักนิด จดหมายที่ว่านั่นก็ไม่ได้เห็น และเค้าก็ไม่เข้าใจว่ามันไปเกี่ยวกับ "คนคนนั้น" สำหรับพี่ชีวอน ตรงไหน....
...แต่เดี๋ยวก็คงรู้....
"...."
คนเอ่ยถามขึ้นก่อนกลับไม่ตอบอะไรกลับ ร่างใหญ่นั่งนิ่งครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอีกครั้ง คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตนเองทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะอยากฟังความเห็นจากน้องชายขนาดไหน แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจทุกสิ่ง มันก็ต้องเป็นตัวเค้าเอง....
....และจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้...
"...ว่าแต่พี่ไม่ได้เจอกับพี่ชองวานานแล้วเหมือนกันนะ..."
ซึงฮยอนเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง กับสิ่งที่เค้าคิด....ชเว ชองวา คนที่เค้ารักไม่ต่างจากชเว ชีวอน เลยแม้แต่นิดเดียว...
...อาจจะ..รักมากกว่าด้วยซ้ำ....
"....มีเหตุผลอะไรต้องไปเจอหมอนั่นล่ะ....ฉันกับมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันมาตั้งนานแล้ว...."
นัยน์ตาคมลึกฉายแววความเกลียดชังออกมาได้อย่างชัดเจนเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลนั้นอีกครั้ง ประกายความแค้นก่อตัวขึ้น พร้อมทั้งส่งผลลัพธ์ออกมาให้เห็นในคราเดียวกัน...
....ว่าไม่มีวันญาติดีต่อกันไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม....
"เฮ้อ......"
น้องชายคนกลางได้แต่ถอนหายใจ....เค้าเองก็เหนื่อยใจชีวอนมามากพอแล้ว....ตั้งแต่เค้าลองพยายามจนแทบจะฆ่ากับพี่ชาย....เค้าไม่มีความคิดจะเปลี่ยนความคิดของชีวอนอีกต่อไป...
...
..................................
อย่างชีวอน....เค้าเองให้คำจำกัดความได้แต่เพียงว่า
.
.
‘คนไม่มีหัวใจ'
...
.
.
ห้องสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ราวกับจิตใจของคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น....ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจะทอดตามองออกไปที่นอกหน้าต่าง....ไกลแสนไกล....
"เจ้าหญิง....."
"เจ้าหญิงจะเป็นไงบ้างครับ.....เจ้าชายคิดถึงเจ้าหญิงเหลือเกิน...."
มือเรียวทาบหน้าต่างประหนึ่งอยากจะทะลุที่ดินแดนใดดินแดนหนึ่ง.... ปากแดงที่พร่ำร้องเรียกคนที่อยู่ภายในหัวใจ....
.
.
"...เจ้าหญิงงั้นหรอ....หึ ไร้สาระ สิ้นดี...."
เจ้าของเสียงที่บุกรุกเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไร คนที่นั่งอยู่ก็ไม่ทันจะได้รู้ตัว รู้เพียงแต่เมื่อชองวาหันไปมองผู้มาใหม่...ก็ได้พบกับ....
.....บุคคลที่หน้าตาเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน...
"ว่าไง....ไม่ได้พบกันนานเลยนะ "น้องรัก""
ชเว ชีวอนเน้นหนักไปที่คำหลัง ปากแดงแสยะยิ้ม ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นน้องมากขึ้นทีละนิด...ทีละนิด
"...."
ไม่มีคำตอบรับจากคนตรงหน้า ชเว ชองวา ได้แต่เพียงมองพี่ชายฝาแฝดตัวเองนั่น แล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อนโยนกลับไปให้เพียงเท่านั้น...
".....ไม่เจอกันนาน...แกก็ยังไม่คิดจะพูดกับฉันอีกหรือไง..ชองวา...หึ..."
คำพูดที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วคงไม่ประสงค์ดีนักถูกส่งไป...ก่อนชีวอนจะย่อตัวลงระดับเสมอพอดีกับน้องชายตัวเอง....มีเรียวตบใบหน้าที่ไม่แตกต่างจากตัวเองเบาๆ....
"....อื้อ..."
จากรอยยิ้ม พลันเปลี่ยนไปเป็นความหวาดระแวง ชองวาเมื่อรู้สึกได้ถึงความไม่หวังดีที่คุ้นเคยของคนตรงหน้า เอี้ยวตัวหนี จากการรุกรานของมือหยาบตรงหน้า ก่อนคิ้วเรียวสองข้างจะขมวดอย่างรังเกียจ มือทั้งสองลู่ลงข้างตัว แข็งเกร็งเหมือนจะขยับไปไหนไม่ได้อย่างน่าสงสาร...
"มองหน้าฉัน!!! ชเว ชองวา แกต้องมองหน้าฉัน!!!"
มือใหญ่ที่เคยแตะหน้า กลับเปลี่ยนเป็นการบีบอย่างรุนแรง คางมนขึ้นรอยแดง คิ้วเรียวสองข้างขมวดกันอย่างเกรงกลัว น้ำตาสายเล็กๆค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว!!
"อื้อ อื้อ อื้อออออ"
หัวใหญ่สะบัดอย่างรุนแรงเพื่อหลีกหนีการรุกรานนั้น แต่คนที่ดูจะแข็งแรงกว่า กลับตรึงหน้าน้องชายไม่ให้ไปไหน ยิ่งหนี ยิ่งเจ็บ ยิ่งทรมาน!
" ไม่ต้องดิ้น! แกบอกฉันมาดีๆ ชองวา แกบอกฉันมาดีๆ ว่าแกได้ไปงานนั่นใช่มั้ย แกไปหาเจ้าหญิงบ้าบออะไรของแกมาใช่มั้ย แกไปมาใช่มั้ย!!!"
ตะโกนก้อง ก่อนตาจะถลึงโต มือหยาบไม่ได้คลายความรุนแรงลง กลับยิ่งกดแรงมือลงไปตามความโกรธของตัวเอง!
"อื้อๆๆๆๆ...ฮืออออออออออออออออออออออออออออ"
น้ำตาสายเล็กสำหรับคนที่จนมุม ไหลออกมาอย่างหยุดตัวเองไม่ได้ คำพูดที่ไม่เป็นภาษาถูกส่งมา ตีความหมายได้ว่าคือการร้องห้ามการกระทำของพี่ชายตัวเอง แต่มีหรือ คนใจหยาบเช่นนั้นจะหยุด ชองวายิ่งร้อง ยิ่งไม่พูด ....ชีวอนก็ยิ่งเกลียด....เกลียดจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายไปซะ!
"อื้ออออออ ฮึก ฮึก ฮืออ ฮือออ"
.
.
.
.
เพียะ!!!
"เลิกแกล้งบ้าได้แล้ว ชเว ชองวา!!!! มึงเลิกแกล้งบ้าได้แล้ว มึงมันทำได้ทุกอย่าง มึงมีความสามารถ มึงมันพูดได้ มึงมันทำได้ทุกอย่าง มึงเลิกตอแหล แล้วมาสู้กับกูตรงๆ อย่าทำมาลอบกัดกันแบบนี้ มึงอย่าทำแบบนี้~!!! มึงไปมาใช่มั้ย งานนั่น มึงไปหาเจ้าหญิงห่าเหว อะไรของมึงมาใช่มั้ย มึง~!!! มึงเดินได้ใช่มั้ย!!!ไอ่รถเข็นนี่มึงตอแหลใช่มั้ย ไอ่!!! ฮึก "
มือใหญ่เขย่าตัวผู้เป็นน้องอย่างแรงสุดตัว!!! ก่อนจะเปลี่ยนมาบีบคออย่างคนที่ควบคุมสติไม่อยู่ คอที่ถูกบีบเกิดรอยแดงจนน่ากลัว คนที่นั่งอยู่บนรถเข็น สำลักอย่างหายใจไม่ออก!! ก่อนจะปล่อยมือแล้วมาถีบรถเข็นที่ชองวานั่งอยู่จนล้มลงทั้งคนทั้งรถอย่างไม่ทันตั้งตัว!!!!
"ฮึก ฮึก อื้อออ อื้ออ ฮึก ฮึกกกก ฮือออ ฮือออ ฮือออออออออออ ฮืออ~!!!"
คนโดนกระทำได้แต่ร้องไห้ขดตัวอยู่กับพื้นอย่างกลัวเกรง น้ำตาที่ไหลจากนัยน์ตาที่ไหววูบหลบจากพี่ชายทั้งสองข้างทำให้รู้ว่า ชองวากลัวคนตรงหน้ามากเพียงแค่ไหน ปากเรียวเบะยื่นออกมาอย่างทุกข์ทรมาน...ศรีษะสะบัดหน้าไปมาอย่างแรงราวกับปฎิเสธทุกการกระทำรุนแรงที่ได้รับมา มือทั้งสองข้างได้แต่กกกอดตัวเองไว้กันจากการกระทำอันโหดร้ายของพี่ชายอย่างน่าสงสาร
"พี่ชองวา!!!! "
ซึงฮยอนที่เปิดประตูเข้ามาอย่างทันท่วงที ได้แต่วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายคนรองของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะลูบหัวปลอบประโลมคนร้องไห้อย่างเวทนา สายตาคมสะบัดขึ้นไปมองพี่ชายอีกคนอย่างถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น สายตาแห่งความผิดหวัง....
.....ผิดหวังกับการกระทำของพี่ชายตัวเอง....
"ไหนพี่บอกจะไม่ทำร้ายพี่ชองวา ไง พี่ชีวอน ไหนพี่บอกผมไงว่าจะไม่ทำอะไรเค้า แล้วนี่อะไร! "
แทบจะวิ่งไปชกหน้าพี่ชายสักที สองที แต่ซึงฮยอน ยังคงเก็บอารมณ์ตัวเองเอาไว้ได้ เพราะถ้าทำร้ายชีวอนตอนนี้ ทุกอย่างจะมีแต่ลบกับลบก็เท่านั้น...~!
"หึ...แกมันจะไปรู้อะไรซึงฮยอน...ไอ่คนที่แกกำลังปกป้อง ไอ่คนที่แกกำลังคิดว่ามันบ้า คิดว่ามันเป็นโรคประสาท มันตอแหลทั้งนั้น มันตอแหลทั้งนั้น! จดหมายฉบับนั่น จดหมายของพนักงานนั่น มันเป็นคนเขียน...พี่จำลายมือมันได้ มันเป็นคนเขียนทั้งหมด แกจะกลับมาเอาทุกอย่างไปจากฉัน แกจะกลับมาเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันอีกใช่มั้ย ชองวา!!!!"
ชเว ชีวอน ที่ไร้สติไปเสียแล้ว...ตรงดิ่งเข้าไปทำร้ายน้องชายฝาแฝดอีกครั้ง แต่ก่อนจะทำอะไรได้ ซึงฮยอนก็เข้าห้ามไว้ มือใหญ่ของซึงฮยอน รวบตัวชีวอนเอาไว้ก่อนจะผลักออกไป อย่างรุนแรง~!!
"พอได้แล้ว พี่ชีวอน!!! ดูสภาพพี่ชองวา แล้วพี่ยังจะหาว่าเค้าโกหก อีกงั้นหรอ~! ห๊า ! นั่นมันก็แค่จดหมายฉบับเดียว กับพนักงานเพ้อเจ้อคนนึง พี่จะไปเอาอะไรกับเค้า ถึงกับจะฆ่าจะแกงพี่น้องตัวเองเนี่ย ผมนึกว่าพี่จะไม่เป็นอย่างนี้แล้วนะ ถ้าเห็นหน้าพี่ชองวาอีก ผมนึกว่าพี่จะสงบสติอารมณ์ได้แล้ว แต่เปล่าเลย พี่เหมือนเดิม พี่ยังทำตัวเหมือนเดิม!! พอได้แล้วพี่ชีวอน นับวันผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่บ้า พี่ชองวา หรือ พี่!"
ซึงฮยอนเอ่ยอย่างอดกลั้นไม่ไหว คำทุกคนถูกส่งไปยังคนที่ล้มลงไปเพราะแรงผลักของตัวเองเมื่อกี้ ตาเรียวถลึงกว้าง อย่างคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ในใจนึกสงสารชองวาเหลือคณานับ สิ่งที่ชีวอนทำกับชองวาแต่ล่ะอย่าง มันทำให้เค้าเกือบแทบรับไม่ได้แล้ว เค้าเองนึกว่าคราวนี้ที่ชีวอนมาหาชองวา จะสามารถสงบสติอารมณ์ไม่ให้ทำร้ายชองวาได้ เพราะครั้งอื่นๆที่พวกเค้ามาเยี่ยมชองวาที่โรงพยาบาลประสาทแห่งนี้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้.....ชีวอนไม่เคยคิด...ไม่เคยแม้แต่จะคิดดีกับชองวา
ไม่เคยสักครั้ง....ตั้งแต่เมื่อชองวาเข้าโรงพยาบาล...
......แต่ถึงแม้ชีวอนจะทำร้ายชองวามากเพียงไหน....คนที่ซึงฮยอนกลับสงสารยิ่งกว่าชองวา คงหนีไม่พ้นพี่ชายฝาแฝดของชองวา...ที่ซึงฮยอนรู้สึกว่า....
....ไม่มีวินาทีไหน ที่ชีวอนจะได้รู้จักกับความว่าความสุขเลยสักครั้ง.....
...ไม่เคยสักครั้ง....
....ที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ และ ความแค้น อันล้นปรี่ที่อยู่ในใจได้สักที.....
....ว่าชองวาเป็นโรคประสาท....แต่ดูท่า....ถ้าอาการกำเริบ..คนที่เป็นหนักกว่าสำหรับเค้าตอนนี้ คงเป็น ชเว ชีวอนเสียมากกว่ากระมัง..
...
.
.
"ไปกันเถอะ พี่ชองวา....ไปเดินเล่นกันนะครับพี่....."
มือใหญ่ประคองชองวาขึ้นนั่งบนรถเข็นอย่างทุลักทุเลอีกครั้ง....ก่อนจะเข็นผ่านหน้าชีวอน ที่พอฟังคำของน้องชายก็เริ่มกลับมามีสติอีกครั้งหนึ่ง...
นิ่ง...และ..เงียบ....
...คำพูดของน้อง....ที่ว่าเค้าเองก็ไม่ได้ต่างจากชองวา.....
.....เค้าเอง...ไม่เคยต่างจากหมอนั่นอยู่แล้ว....เค้ารู้ดี....
....ความเหมือน...ที่ไม่มีวันต่าง.....
ก็คล้ายกับ....ความชัง....ที่ไม่มีวันหายนั่นแหละ....ซึงฮยอน....
...แค่คิดว่า พี่ชายของนายจะกลับมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากฉันไป...
...แค่เห็นหน้ามัน....
....ฉันก็อยากจะทำให้ อีกส่วนหนึ่งของฉัน มันหายไปจากโลกนี้เสียแล้ว.....
....ฉันเกลียดมัน.......ฉันเกลียดมัน...ซึงฮยอน....
....เกลียดมัน....ไม่ต่างกับที่ฉัน...เกลียดตัวเอง....
.....................................................................................................................................................................
....ร่องรอยบอบช้ำใต้ดวงตา กับ สายน้ำเล็กๆที่หลั่งรินยังคงไม่เลือนหาย.....เจ้าของร่างกายเล็กที่สะอื้นให้ตามความเสียใจและโกรธเคืองที่ประดังประเดอยู่ในอกข้างซ้าย.....สั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร...จนหัวใจของอีกคนที่เดินมาเห็นภาพต้องใจหาย...
...ทั้งสงสัย....ทั้งสงสาร....แต่ไม่ใช่เวลาที่เค้าจะถามอะไร..
"ฮีชอล"
เอ่ยเสียงทุ้มพอให้เจ้าของร่างที่นั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ยาวที่สวนสาธารณะข้างบริษัทได้รู้สึกตัว...ตาบวมแดงเอ่ยขึ้นมองก่อนจะก้มหน้าหลบลงเช็ดน้ำตาด้วยความอายที่ต้องให้ใครมาเห็นความอ่อนแอของตัว...
"...."
ฮีชอลไม่เอ่ยอะไร...เพราะรู้ทั้งรู้ว่าอยู่ว่า ถึงเป็นเด็กสามขวบก็ต้องรู้ว่าเค้าร้องไห้....สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงเป็นการเบือนหน้าหนีคนตรงหน้าเพียงเท่านั้น.....
"...ฮีชอล.."
เสียงอ่อนโยนที่ส่งไป...ใช่ว่าฮีชอลจะไม่รับรู้ ความจริงใจ ความห่วงใย ของผู้ชายตรงหน้าที่มีให้เค้าตลอดมา...ให้ตลอดมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง....
.....แต่...แต่....
ขอโทษนะเจย์....ที่หัวใจของฉัน....ให้นายไม่ได้.....ไม่ได้จริงๆ
"...."
คนฟังไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่นั่งลงข้างๆก่อนจะรั้งคนตัวบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างไม่ได้รับอนุญาต....คนถูกกอดยื้อเล็กน้อย แต่เรี่ยวแรงที่มีใช่ว่าจะมากกว่าคนอื่นเค้า...รังแต่จะทำให้เจย์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกเท่านั้น...
"ปล่อยมันออกมาบ้างไม่ได้หรอ...หื๊ม....สิ่งที่ข้างในแบกอยู่น่ะ.....ปล่อยมันออกมาบ้างไม่ได้หรือไง....ให้ฉันได้รับรู้ความทุกข์ของนายบ้าง....ให้อย่างน้อย...นายมีใครสักคนที่อยู่ตรงนี้บ้าง...ฮีชอล...นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง....แต่...ฉันเป็นห่วงนายนะ"
"....ฮึก...ฮึก....เจย์....เจย์....ฮึก......"
คนตัวเล็กปลดปล่อยจากความทุกข์ที่ตัวเองแบกรับไว้คนเดียว ปล่อยตัวเข้าสู่อ้อมกอดของคนตรงข้ามให้ได้รับรู้....แม้จะรู้ว่าผิดต่อเจย์....แต่มาถึงตอนนี้เค้าขอเห็นแก่ตัวบ้าง.....แค่ช่วงเดียว...แค่แป๊ปเดียวที่ขอเห็นแก่ตัวบ้าง........
อ้อมอกที่ซับน้ำตา กับมือใหญ่ที่ลูบกลุ่มผมนุ่มเพื่อปลอบประโลม......ช่วงเวลายาวนานได้ผ่านไป....คนตัวเล็กดูจะดีขึ้น...แต่ก็ยังไม่ยอมละจากอกอบอุ่นนั่น...ปากเรียวพึมพำเสียงอู้อี้ในลำคอแต่ก็ยังดูเป็นภาษา
".....ความรักมันเจ็บจังเลยเจย์......เจย์..เจ็บมากมั้ย..."
ฮีชอลถามเสียงเบา คนข้างบนได้แต่มองยิ้มๆ ....ไม่เคยเจอฮีชอลเป็นแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ.....เวลาอ่อนแอนี่....ทำให้คนเรานุ่มนวลลงได้ขนาดนี้เลยหรือไงนะ...ตากลมโตบวมแดงช้อนมองเค้า ใช่ว่าเค้าจะไม่รู้ว่า ที่ถามว่าเจ็บมากมั้ยมันหมายถึงอะไร....
"....ไม่หรอก....ถ้าหมายถึงรักฮีชอล...ก็ไม่เจ็บหรอก....."
มือใหญ่ยังไม่ละจากเส้นไหมสีดำเหล่านั้น....ลูบเล่นไปมาคล้ายคนกำลังเพลิดเพลินในอารมณ์
"แต่...."
"ก็ฮีชอลไม่เคยใจร้ายนี่.....ฉันจะเจ็บเพราะอะไรล่ะ"
คำตอบยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกผิด....เค้ารู้ว่าเค้าไม่ได้โกรธ หรือ ว่าอะไรที่เจย์มีความคิดเกินเพื่อนนั่น..
แต่.....
"แต่ฉันไม่ได้..."
"ความรักน่ะ..เราไม่เห็นจำเป็นต้องมองให้ครบสองด้านเลยฮีชอล...มองด้านเดียว ให้มันสวยงามสิ.....ฉันมองนายเป็นความรักของฉัน...ฉันจะเจ็บ...เมื่อความรักของฉันเป็นทุกข์....และฉันจะสุข....เมื่อความรักของฉันเค้ายิ้มได้นะฮีชอล..."
เสียงนุ่มทุ้ม กับสายตาที่ส่งตรงมาให้ ทำให้รู้ว่า....สิ่งที่พูดไม่ใช่เรื่องโกหกแม้แต่น้อย.....แต่ยิ่งฟัง ยิ่งรู้ความดีของเจย์....หัวใจมันก็ได้แต่พูดออกมาเพียงคำเดียว...
...
.
"ทำไม ฉันถึงไม่รักเจย์นะ....ทำไมกัน..."
"บางที....เรื่องความรัก...มันก็ไม่เคยมีเหตุผลในตัวมันเองหรอกนะฮีชอล...คนที่เราเกลียดที่สุด....อาจจะเป็นคนที่เรารักที่สุดในเวลาเดียวกันก็ได้......โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอก.....ยกเว้นแต่เพียง...."
ชายหนุ่มละไว้แค่นั้น.....จนฮีชอลที่เคยซบอกแกร่งบัดนี้เปลี่ยนมาหนุนไหล่กว้างแทนเสีย เงยหน้ามองอย่างสงสัย...
"แต่เพียง...?"
"ไม่มีอะไรหรอก....กลับกันหรือยังล่ะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว.....กลับกันได้แล้วล่ะ.....เดี๋ยวถึงออฟฟิศเดี๋ยวชงโอวัลตินให้กิน......"
ยิ้มอ่อนละมุนส่งมาอีกครั้ง......เจย์ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือไปให้คนตัวเล็กกว่ายืดไว้...ก่อนจะออกเดินไปด้วยกัน
"ขอบคุณนะเจย์....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง..."
"....อืม.....เต็มใจอยู่แล้วล่ะหน่ะ..."
....ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า...."ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน..." แต่สิ่งที่แน่นอนสำหรับฉัน.....
.....มันคือความรักที่ฉันหาเจอแล้วไงล่ะ ฮีชอล....
....ความรักที่ไม่มีวันเป็นไปได้.....แต่มันกลับเป็น "รักแท้"...
To be continue...
edit @ 4 Jul 2009 02:06:38 by Sweetlatte